4 เทรนที่น่าจับตามองของระบบ Enterprise Resource Planning ในปี 2019

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ลองดูว่าอะไรที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบ ERP ในปัจจุบัน

ระบบบริหารจัดการข้อมูลองค์กร หรือ Enterprise Resource Planning หรือที่เราเรียกกันสั่นๆ ว่า ERP นั้น มีความสำคัญอย่างมากสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดการข้อมูลในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากระบบการซื้อ, การขาย, คลังสินค้า รวมไปถึงบัญชีและการเงิน และระบบอื่นๆ เพื่อให้การจัดการข้อมูลองค์กรนั้นมีการควบคุมที่เป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ 

ในปัจจุบันมีผู้พัฒนา ERP ในตลาดหลายเจ้าได้มีการปรับลดราคาเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เปรียบเทียบกับหลายปีที่ภาพมา รวมไปถึงการพัฒนา Feature ใหม่ๆ เพื่่อให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน โดย 4 เทรนที่น่าจับตามองสำหรับเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาปรับใช้กับระบบ ERP ในปี 2019 มีดังนี้

1. Data Analytic and Artificial Intelligent

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลาย บริษัทฯ ชั้นนำมีการนำข้อมูลจากระบบ ERP ออกไปเพื่อทำการวิเคราะห์ หาข้อมูลเชิงลึก(Business Insight) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ AI ทำให้ การทำงานในเชิงการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ประกอบกับ Tools ที่ใช้ในการทำ Data Visualization สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Tableau หรือ Microsoft's Power BI ทำให้ โอกาสที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ เข้ามาทำงานร่วมกับระบบ ERP เพื่อเป็นการเพิ่ม Value-Added ให้กับองค์กรและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบ ERP เปรียบเสมือน ถังข้อมูลขนาดใหญ่ การที่จะนำข้อมูล จำนวนมากมาทำการวิเคราะห์นั้น จำเป็นต้องใช้ทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็น ตัว Server และตัว Database เอง ทำให้ เรื่องของการ Database Performance เป็นเรื่องที่ท้าทายและมีสำคัญอันดับต้นๆ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของทาง Technical ที่ดูแลในส่วนนี้ด้วย

2. ERP Software as a Service (SaaS) 

Traditional ERP หลายๆ ตัว ยังจำเป็นต้องมีการลงทุนจำนวนมากในช่วงแรก เพื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ Servers และค่าใช้จ่ายของ License ของระบบต่างๆ หรือที่เราเรียกว่า (On Premise) โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการบำรุงรักษาสภาพอุปกรณ์, ค่าบุคลากรในการดูแลรักษาเครื่อง, อุปกรณ์ในการ Backup ข้อมูล ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันการเข้ามาของระบบ Cloud-Based ทำให้ปัจจุบันระบบ ERP หลายๆ ตัว ปรับเปลี่ยนจากการขายระบบและบริการพัฒนาระบบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนารวมถึงค่า License จำนวนมาก เปลี่ยนมาเป็นการให้เช่าใช้บริการ (Software as a Service) แทน

โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาระบบ ERP ที่มีลักษณะเป็นแบบการให้เช่าใช้ (SaaS) นั้น ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะ การใช้งานลักษณะนี้ ทำให้ช่วยในการประหยัดต้นทุนในการเป็นเจ้าของลงอย่างมาก (Lower Total Cost of Ownership:TCO) รวมไปถึง สามารถขยายการใช้งานรวมไปถึงจำนวนผู้ใช้งานได้ ตามขนาดของธุรกิจที่กำลังเติบโตขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์หรือ License ระบบไว้ตั้งแต่แรก (Pay as you Growth) 

3. Social Media and Digital Marketing Features 

ในปี 2018 ที่ผ่านมา พฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที ซึ่งเป็นการใช้งาน Social Media ถึง 3 ชั่วโมง 30 นาทีต่อวัน* และมีผลสำรวจตลาดจาก eMarketer โดยคาดว่าปี 2019 จะมีตัวเลขผู้ใช้งาน Social Media รวมกันทั่วโลกถึง 2.77 พันล้านคน** จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้ผู้พัฒนาระบบ ERP หลายเจ้า เริ่มพัฒนา Features ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Social Media ได้ รวมไปถึง การทำ Digital Marketing ผ่านระบบ เผื่อทำการเก็บข้อมูลในช่วงการใช้งาน Social Media 

นอกจากนั้นด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน มีการนำข้อมูลจาก Social Media มาผนวกกับระบบ ERP เพื่อทำ Big Data และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหา Customer Insight ต่างๆ นั้น จำทำให้ เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งเจ้าอื่นๆ อย่างมาก

4.  Internet of Thing (IoT)

หลังจากการเข้ามาของระบบ 4G ทำให้อุตสาหกรรมด้าน IT เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมไปถึงการเติมโตของ IoT ในปัจจุบันที่เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในด้านการผลิต การขนส่ง หรือทางการแพทย์ เราก็จะได้ให้ IoT Devices ที่มีการใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก
ดังนั้นระบบ ERP หลายเจ้าเริ่มพัฒนาระบบให้สามารถรองรับกับ IoT ง่ายขึ้น เพื่อที่จะทำให้ การทำงานบนระบบ กับ อุปกรณ์นั้น ทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อลดต้นทุนในการทำงานด้วย 
ภาพที่เห็นได้ใช้มากขึ้นคือ การใช้งานในอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งปัจจุบันหลายบริษัทฯ ในประเทศไทยให้ความสนใจในการนำ ระบบการผลิต มาทำงานร่วมกับระบบ ERP โดยผ่านระบบตัวกลางที่เราเรียกว่า Manufacturing Execution System (MES) โดยเป็นการนำข้อมูลจาก Sensor จาก IoT Device ในการผลิตต่างๆ มาผ่านระบบ MES และส่งต่อให้ระบบ ERP โดยไม่ต้องใช้คนในการทำงานใดๆ ซึ่งทำให้ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น 

 

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

*รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561 โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(องค์กรมหาชน) ETDA https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2018.html

**https://www.emarketer.com/